ก่อน-หลังฟอกสีฟันต้องดูแลตัวเองยังไง อยู่ได้นานแค่ไหน และคอกาแฟ-ชา-บุหรี่ฟอกแล้วขาวถาวรจริงหรือ

smiling face showing teeth nano banana 2 84898

หลายคนที่เพิ่งฟอกสีฟันเสร็จใหม่ ๆ มักดีใจกับฟันขาวใสที่เห็นผลทันที แต่พอผ่านไปเพียงไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน กลับรู้สึกว่าฟันเริ่มหมองเหลืองกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะคนที่ชอบดื่มกาแฟ ชา หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ จนเกิดคำถามคาใจว่าตกลงแล้วการฟอกสีฟันได้ผลถาวรหรือแค่ชั่วคราวกันแน่ ความจริงแล้วคำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวหัตถการฟอกสีฟันเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังฟอกด้วยว่าทำถูกวิธีหรือไม่ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่วิธีดูแลตัวเองก่อนและหลังฟอกสีฟันว่าควรกินอะไรได้หรือไม่ได้ในช่วงแรก ต่อด้วยเรื่องผลลัพธ์ของการฟอกสีฟันอยู่ได้นานแค่ไหนและมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้สีฟันกลับมาเหลืองเร็วขึ้น และปิดท้ายด้วยการเจาะลึกกรณีเฉพาะของคนที่ฟันเหลืองจากกาแฟ ชา และบุหรี่ ว่าฟอกสีฟันแล้วจะขาวถาวรได้จริงหรือไม่


 

ก่อน-หลังฟอกสีฟัน ต้องดูแลตัวเองอย่างไร กินอะไรได้/ไม่ได้ช่วงแรก

 

ก่อนฟอกสีฟัน ทันตแพทย์มักแนะนำให้ตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนล่วงหน้า เพื่อให้ผิวฟันสะอาดและสารฟอกออกฤทธิ์ได้เต็มที่ ส่วนหลังฟอกสีฟันคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เพราะผิวเคลือบฟันหลังฟอกจะมีลักษณะพรุนชั่วคราว (Porous) ทำให้ดูดซับสีจากอาหารและเครื่องดื่มได้ง่ายกว่าปกติ ทันตแพทย์จึงมักแนะนำให้ปฏิบัติตาม “White Diet” หรือการงดอาหารสีเข้มในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรกหลังฟอกอย่างเคร่งครัด

กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่ควรงดในช่วงแรก ได้แก่ กาแฟดำ ชา ไวน์แดง น้ำอัดลมสีเข้ม ช็อกโกแลต แกงหรือซอสที่มีสีเข้มอย่างซอสมะเขือเทศหรือแกงกะหรี่ ผักใบเขียวเข้มและผลไม้ตระกูลเบอร์รี รวมถึงควรงดสูบบุหรี่ในช่วงนี้ด้วย เพราะยิ่งผิวฟันยังพรุนอยู่ สารสีจากบุหรี่ยิ่งเกาะติดได้ง่ายกว่าเดิม ในทางกลับกัน อาหารที่ยังกินได้อย่างปลอดภัยคืออาหารสีอ่อนและไม่เป็นกรด เช่น เนื้อไก่หรือปลาเนื้อขาว ข้าวขาว ขนมปังขาว เต้าหู้ ไข่ขาว กล้วย น้ำมะพร้าว โยเกิร์ตรสธรรมชาติ และมันฝรั่ง หากจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มสีเข้มจริง ๆ ควรใช้หลอดดูดเพื่อลดการสัมผัสกับผิวฟันโดยตรง

นอกจากเรื่องอาหารแล้ว ในช่วงแรกหลังฟอกสีฟันอาจมีอาการเสียวฟันหรือระคายเคืองเหงือกเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มักหายไปเองภายใน 1-2 วัน ควรแปรงฟันเบา ๆ ด้วยยาสีฟันสูตรลดอาการเสียวฟัน และหลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ในช่วงนี้ ระยะเวลาที่ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับวิธีฟอกที่ใช้ จึงควรสอบถามทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยตรงว่าควรงดอาหารเหล่านี้นานแค่ไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด

การดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดในช่วงวันแรก ๆ นี้ไม่ได้มีผลแค่ระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อคำถามที่หลายคนสงสัยต่อมาด้วยว่า แล้วฟันที่ฟอกแล้วจะขาวอยู่ได้นานแค่ไหนกันแน่


 

ฟอกสีฟันแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน มีปัจจัยอะไรทำให้สีฟันกลับมาเหลืองเร็ว

 

คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ ไม่มีตัวเลขตายตัวว่าผลการฟอกสีฟันจะอยู่ได้นานกี่เดือนหรือกี่ปีเท่ากันในทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งสีฟันตั้งต้นก่อนฟอก วิธีการฟอกที่เลือกใช้ และที่สำคัญที่สุดคือพฤติกรรมการใช้ชีวิตหลังฟอกของแต่ละคน โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์จากการฟอกสีฟันที่คลินิกมักอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 2-3 ปี ส่วนการฟอกที่บ้านอาจอยู่ได้สั้นกว่านั้นหากไม่ดูแลต่อเนื่อง

ปัจจัยหลักที่ทำให้สีฟันกลับมาเหลืองเร็วขึ้นแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะที่มักถูกเข้าใจปนกัน คือ

  • การเกิดคราบใหม่บนผิวฟัน (Restaining) เกิดจากการกินอาหารและเครื่องดื่มสีเข้ม หรือสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องหลังฟอก ทำให้เม็ดสีมาเกาะสะสมบนผิวเคลือบฟันซ้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดและป้องกันได้ด้วยการดูแลตัวเองที่ดี
  • การคืนสีตามธรรมชาติของฟัน (Natural Rebound) เนื่องจากฤทธิ์ของสารฟอกสีฟันไม่ได้อยู่ถาวร สีฟันจะค่อย ๆ จางลงจากจุดที่ขาวที่สุดกลับสู่สีธรรมชาติของตัวเองอย่างช้า ๆ ตามเวลา ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นได้แม้จะดูแลตัวเองดีเพียงใดก็ตาม

นอกจากสองปัจจัยหลักนี้ ยังมีเรื่องของวัสดุทางทันตกรรม เช่น ครอบฟัน วีเนียร์ หรือวัสดุอุดฟันที่มีอยู่เดิม ซึ่งไม่ตอบสนองต่อสารฟอกสีฟัน ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปฟันธรรมชาติรอบข้างอาจดูเหลืองขึ้นเมื่อเทียบกับวัสดุเหล่านั้น รวมถึงการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ไม่สม่ำเสมอ เช่น แปรงฟันไม่ทั่วถึงหรือไม่ได้ขูดหินปูนตามนัด ก็เป็นอีกปัจจัยที่เร่งให้ฟันหมองเร็วขึ้นเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าในบรรดาปัจจัยทั้งหมดนี้ พฤติกรรมการกินดื่มเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้มากที่สุดและส่งผลชัดเจนที่สุด และเมื่อพูดถึงพฤติกรรมการกินดื่มที่ทำให้ฟันเหลืองเร็ว เครื่องดื่มที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดก็คือกาแฟ ชา และบุหรี่ ซึ่งเป็นตัวการที่หลายคนกังวลมากที่สุดว่าฟอกสีฟันไปแล้วจะช่วยได้จริงหรือไม่


 

ฟันเหลืองเพราะกาแฟ-ชา-บุหรี่ ฟอกสีฟันช่วยได้จริงหรือแค่ชั่วคราว

 

กาแฟ ชา และบุหรี่ เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของฟันเหลืองที่ทันตแพทย์พบเจอบ่อยที่สุด เนื่องจากทั้งสามอย่างมีสารแทนนิน (Tannin) และสารประกอบที่ทำให้เกิดคราบสีติดแน่นบนผิวเคลือบฟัน ยิ่งดื่มหรือสูบเป็นประจำทุกวันต่อเนื่องเป็นปี คราบสีก็จะยิ่งสะสมหนาและฝังลึกลงไปในรอยหยักเล็ก ๆ ของผิวเคลือบฟันมากขึ้นเรื่อย ๆ

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ในเมื่อคราบเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่ม “คราบภายนอก (Extrinsic Stain)” ซึ่งตามที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าเป็นกลุ่มที่ฟอกสีฟันได้ผลดี แล้วทำไมหลายคนที่ฟอกสีฟันไปแล้วถึงกลับมาเหลืองได้อีกภายในเวลาไม่นาน คำตอบคือ การฟอกสีฟันสามารถขจัดคราบกาแฟ ชา และบุหรี่ที่สะสมอยู่ ณ ตอนนั้นออกไปได้จริง และช่วยปรับสีฟันให้ขาวขึ้นได้อย่างเห็นผล แต่ผลลัพธ์นี้ “ไม่ได้ถาวร” หากยังคงพฤติกรรมการดื่มกาแฟ ชา หรือสูบบุหรี่ในปริมาณและความถี่เท่าเดิม เพราะคราบสีชนิดเดิมก็ย่อมสะสมกลับมาเกาะที่ผิวฟันได้อีกครั้งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงกับปัจจัยเรื่องการเกิดคราบใหม่ (Restaining) ที่อธิบายไปในหัวข้อก่อนหน้า

สำหรับคนที่ไม่สามารถเลิกดื่มกาแฟหรือชาได้ ทันตแพทย์แนะนำวิธีลดการสัมผัสสีกับผิวฟันโดยไม่ต้องงดเครื่องดื่มโปรดไปเสียทีเดียว เช่น ดื่มให้หมดแก้วในช่วงเวลาเดียวแทนการจิบทีละน้อยตลอดทั้งวัน ใช้หลอดดูดเพื่อลดการสัมผัสโดยตรงกับผิวฟัน บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าทันทีหลังดื่ม และแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ ส่วนคนที่สูบบุหรี่ควรลดความถี่ลงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะนอกจากจะทำให้ฟันเหลืองเร็วแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเหงือกซึ่งเป็นอีกปัญหาสุขภาพช่องปากที่ร้ายแรงกว่าเรื่องความสวยงาม

กล่าวโดยสรุปคือ การฟอกสีฟันช่วยแก้ปัญหาฟันเหลืองจากกาแฟ ชา และบุหรี่ได้จริง แต่ต้องมองว่าเป็นการ “รีเซ็ต” สีฟันให้กลับมาขาวขึ้น ไม่ใช่เกราะป้องกันถาวรที่ทำให้ฟันไม่เหลืองอีกตลอดไป ความยั่งยืนของผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองทั้งในช่วงหลังฟอกทันทีตามหลัก White Diet และพฤติกรรมการกินดื่มในระยะยาวควบคู่กันไป


 

สรุป

 

การฟอกสีฟันให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและอยู่ได้นานไม่ได้จบแค่วันที่เดินออกจากคลินิกด้วยฟันขาวใส แต่ต้องอาศัยการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การงดอาหารและเครื่องดื่มสีเข้มในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรกหลังฟอก การเข้าใจว่าผลลัพธ์จะค่อย ๆ จางลงตามธรรมชาติและมีคราบใหม่สะสมได้หากไม่ระวัง ไปจนถึงการปรับพฤติกรรมการดื่มกาแฟ ชา หรือสูบบุหรี่ให้เหมาะสมเพื่อยืดอายุความขาวให้นานที่สุด หากคุณกำลังวางแผนฟอกสีฟันหรือฟอกมาแล้วแต่กลับมาเหลืองเร็วกว่าที่ควร ทางคลินิกของเรายินดีให้คำปรึกษาและตรวจประเมินสภาพฟันเพื่อวางแผนการฟอกสีฟันและการดูแลรักษาที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณโดยเฉพาะ เพื่อให้รอยยิ้มขาวใสอยู่กับคุณได้นานที่สุด